Tello EDUคืออะไร วิธีการใช้ Tello EDU
Tello EDU คืออะไร วิธีการใช้ Tello EDU ฉบับสมบูรณ์

Tello EDU เป็นโดรนขนาดเล็กจากค่าย Ryze Tech ที่พัฒนาร่วมกับ DJI ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และผู้เริ่มต้นได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมและการควบคุมโดรน ตัวโดรนมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาเพียงประมาณ 87 กรัม บินได้นานสูงสุดถึง 13 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาพร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์วัดความเร่ง 3 แกน และเซ็นเซอร์อินฟราเรด ควบคุมผ่านระบบ Wi-Fi ได้ทั้งจากโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ผ่านแอปพลิเคชัน Tello หรือจะเขียนโปรแกรมควบคุมด้วยภาษา Python, Swift หรือ Scratch ก็ได้เช่นกัน
ความสามารถเด่นของ Tello EDU
1. บินได้สูงสุดประมาณ 10 เมตร ควบคุมง่ายผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต
2. ถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และบันทึกวิดีโอได้สูงสุด 720p ที่ 30fps
3. บินได้หลายรูปแบบ เช่น หมุน 360 องศา บินหน้า-หลัง บินแนวราบหรือแนวตั้ง
4. เขียนโปรแกรมควบคุมการบินและการทำงานของเซ็นเซอร์ได้ เหมาะเป็นเครื่องมือเรียนรู้การเขียนโปรแกรมและระบบควบคุม
5. เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ควบคุมเสริมได้ เช่น GameSir T1s Bluetooth Controller
6. ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นจอแสดงภาพสดจากกล้องและควบคุมการบินแบบเรียลไทม์
โดยสรุปแล้ว Tello EDU เป็นโดรนที่นำไปใช้ได้หลากหลาย ทั้งด้านการศึกษา การสร้างโปรเจกต์ไอที วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความปลอดภัย ไปจนถึงการเรียนรู้ด้าน AI (Artificial Intelligence) และยังใช้เล่นเพื่อฝึกฝนการบินโดรนได้อีกด้วย

วิธีการใช้ Tello EDU เบื้องต้น (Quick Start)
1. ติดตั้งแอปพลิเคชัน Tello บนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต
2. เชื่อมต่อโดรนกับอุปกรณ์ผ่าน Wi-Fi ที่ Tello EDU ปล่อยสัญญาณออกมา
3. เปิดแอปพลิเคชันและควบคุมโดรนผ่านสัญญาณ Wi-Fi ที่เชื่อมต่อกัน
4. ใช้ Scratch, Python หรือ Swift เขียนโปรแกรมควบคุมโดรนเพิ่มเติมได้ตามต้องการ
5. กำหนดเส้นทางการบินด้วยโปรแกรมที่เขียนขึ้น ให้โดรนบินไปยังจุดที่ต้องการหรือบินตามรูปแบบที่กำหนด
6. ดูผลลัพธ์การบินแบบเรียลไทม์ผ่านสัญญาณ Wi-Fi ที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต
7. ปรับแต่งโปรแกรมและทดสอบซ้ำในสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ จนได้ผลลัพธ์ตามต้องการ
สเปคเต็มของ Tello EDU
น้ำหนัก: 87 กรัม
ขนาด: 98 × 92.5 × 41 มม.
เซ็นเซอร์ภาพ: DJI 5MP (2592×1936)
คลื่นวิทยุ: 2.4GHz
ระยะควบคุมไกลสุด: 100 เมตร
แบตเตอรี่: 3.8V 1100mAh
เวลาบินสูงสุด: 13 นาที
มอเตอร์: Coreless
อุณหภูมิการทำงาน: 0°C ถึง 40°C
ฟีเจอร์เพิ่มเติมที่ควรรู้
– มีเซ็นเซอร์วัดแรงเหวี่ยง ช่วยให้ควบคุมการบินได้แม่นยำขึ้น
– มีโหมดการบินสำเร็จรูป เช่น โหมดเวที (Bounce) และโหมดหมุน 360 องศา ซึ่งกำหนดเวลาและความเร็วในการบินได้
– สั่งการบินด้วยการส่งสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือ
– รองรับการบินอัตโนมัติโดยอ้างอิงจากภาพที่กล้องจับได้
– เชื่อมต่อกับแว่น VR หรือ FPV (First-Person View) เพื่อดูภาพมุมมองบุคคลที่หนึ่งได้
อุปกรณ์ในชุดและอุปกรณ์เสริม
– Mission Pads: การ์ดกำหนดตำแหน่ง ใช้สั่งให้ Tello EDU บินอัตโนมัติไปยังตำแหน่งหรือทิศทางที่กำหนด
– Propeller Guards: ที่ครอบใบพัด ป้องกันความเสียหายจากการชนหรือหลุด
– Battery Charging Hub: ฮับชาร์จแบตเตอรี่ได้หลายก้อนพร้อมกัน
– Micro USB Cable: สายเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น ๆ
– Snap-On Top Cover / Bottom Cover: ฝาครอบด้านบน-ล่าง ช่วยป้องกันเซ็นเซอร์และเสริมความสวยงาม
– Remote Controller: จอยควบคุมระยะไกลแบบดั้งเดิม สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการบังคับผ่านหน้าจอสัมผัส

วิธีเชื่อมต่อ Tello EDU แบบอื่น ๆ นอกจาก Wi-Fi กับแอป
นอกจากการเชื่อมต่อผ่านแอป Tello ด้วย Wi-Fi ตามขั้นตอนพื้นฐานข้างต้นแล้ว Tello EDU ยังเชื่อมต่อได้อีกหลายวิธี ขึ้นอยู่กับแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมที่ต้องการใช้งาน
เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth (กับคอมพิวเตอร์)
– ติดตั้งโปรแกรม Tello EDU บนคอมพิวเตอร์
– กดปุ่มเปิด-ปิดค้างไว้จนไฟ LED เปลี่ยนเป็นสีฟ้า-แดง เพื่อเปิด Bluetooth บนตัวโดรน
– เปิด Bluetooth บนคอมพิวเตอร์แล้วจับคู่เชื่อมต่อ
– เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ โปรแกรมจะแสดงภาพวิดีโอและภาพนิ่งจากกล้อง และควบคุมโดรนผ่านโปรแกรมได้ทันที
เชื่อมต่อผ่าน Tello EDU SDK (สำหรับเขียนโปรแกรม)
– ดาวน์โหลด Tello EDU SDK ฟรีจากเว็บไซต์ของ DJI
– เปิด Wi-Fi บนตัวโดรนด้วยการกดปุ่มเหนือกล้องขณะโดรนอยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน
– เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับ Wi-Fi ของโดรน
– ใช้ SDK เขียนและรันโปรแกรมควบคุมโดรนได้โดยตรง
เชื่อมต่อผ่าน DJI Assistant 2
– ดาวน์โหลดและติดตั้ง DJI Assistant 2 บนคอมพิวเตอร์
– เปิด Wi-Fi บนโดรนแล้วเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับสัญญาณนั้น
– เปิดโปรแกรม DJI Assistant 2 เพื่อเชื่อมต่อและดูข้อมูล/ตั้งค่าต่าง ๆ ของโดรน
เชื่อมต่อผ่าน DJI GO 4 App
– ติดตั้งแอป DJI GO 4 บนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต
– เปิดโหมด Wi-Fi บนโดรนโดยกดปุ่มค้างไว้จนไฟ LED เป็นสีส้ม
– ไปที่การตั้งค่า Wi-Fi ของอุปกรณ์แล้วเลือกเครือข่ายชื่อ Tello-XXXXXX (XXXXXX คือรหัสเฉพาะของเครื่อง)
– เปิดแอป DJI GO 4 แล้วเลือก Tello EDU เพื่อเชื่อมต่อ จากนั้นสามารถควบคุมการบิน ดูภาพสดจากกล้อง ตั้งค่ากล้อง และดาวน์โหลดวิดีโอ/รูปภาพที่บันทึกไว้ได้
นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์เสริมได้ เช่น DJI Tello SDK, Mission Pads และ GameSir T1d Remote Controller เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งนี้บางกรณีอาจต้องปรับแต่งการตั้งค่าของ Tello EDU ก่อนใช้งาน เพื่อให้เชื่อมต่อได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด

การเขียนโปรแกรมและแอปควบคุม Tello EDU
Tello EDU SDK คือชุดเครื่องมือพัฒนาโปรแกรมสำหรับ Tello EDU โดยเฉพาะ ดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของ DJI รองรับการเขียนโปรแกรมด้วย Python, Scratch และ Swift 3.0 และยังควบคุมผ่าน JavaScript ได้ด้วยเช่นกัน
Tello App เทียบกับ Tello EDU SDK
– Tello App: ควบคุมผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตโดยตรง เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วใช้งานได้ทันที เหมาะกับผู้เริ่มต้น ดาวน์โหลดฟรีจาก App Store หรือ Google Play
– Tello EDU SDK: สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการควบคุมโดรนแบบละเอียดและเขียนโปรแกรมเองได้ตามต้องการ ต้องมีพื้นฐานการเขียนโค้ด ดาวน์โหลดฟรีจากเว็บไซต์ DJI พร้อมเอกสารและโค้ดตัวอย่างประกอบ
ขั้นตอนควบคุมด้วย SDK โดยสรุป: ติดตั้ง SDK บนคอมพิวเตอร์ > เชื่อมต่อโดรนผ่าน Wi-Fi > เขียนโปรแกรมสั่งงาน เช่น บินขึ้น-ลง เคลื่อนที่ซ้าย/ขวา/หน้า/หลัง หรืออ้างอิงตำแหน่ง > บันทึกและอัปโหลดโปรแกรมให้โดรนทำงานตามคำสั่ง
Swift
Swift เป็นภาษาที่ Apple ใช้พัฒนาแอปบน iOS, macOS, watchOS และ tvOS สามารถเรียกใช้คำสั่งใน Tello EDU SDK ได้ผ่านไลบรารี PythonKit ซึ่งติดตั้งได้ผ่าน CocoaPods หรือ Swift Package Manager โดยต้องมีพื้นฐาน Tello EDU SDK และภาษา Python มาก่อน
Scratch
Scratch เป็นโปรแกรมเขียนโค้ดแบบบล็อกที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัย MIT เหมาะสำหรับเด็กและผู้เริ่มต้น ใช้งานร่วมกับ Tello EDU ได้โดยติดตั้งส่วนขยาย Tello Scratch เพิ่มเข้าไป ซึ่งมีบล็อกคำสั่งสำเร็จรูป เช่น บล็อกเคลื่อนที่ บล็อกหมุน บล็อกถ่ายภาพ บล็อกเปิด/ปิดไฟ LED บล็อกอ่านค่าแรงเหวี่ยง และบล็อกควบคุมความเร็วบิน
ขั้นตอนการใช้งาน: เปิดโปรแกรม Scratch > เลือก File > New > เลือกเมนู Extensions แล้วเลือก Scratch for Tello > เชื่อมต่อโดรนผ่าน Wi-Fi ด้วย SSID และรหัสผ่านของ Tello EDU > เลือกบล็อกคำสั่งจากเมนู Tello เช่น Takeoff (บินขึ้น), Land (บินลง), Move (กำหนดทิศทาง) และ Speed (กำหนดความเร็ว) > กดธงเขียว (Start) เพื่อเริ่มควบคุม โดยโปรแกรมจะแสดงตำแหน่งปัจจุบันของโดรนบนหน้าจอไปพร้อมกัน ทำให้สร้างโปรแกรมบินตามเส้นหรือบินตามวงกลมได้เช่นกัน
Python
Python ใช้ควบคุม Tello EDU ได้โดยตรงผ่าน Tello EDU SDK ซึ่งมีไฟล์ไลบรารีให้ import เข้ามาใช้งานได้ทันที โดยต้องติดตั้งทั้ง SDK และ Python บนคอมพิวเตอร์ก่อนเริ่มเขียนโปรแกรม
JavaScript
นอกจาก Python, Scratch และ Swift แล้ว Tello EDU ยังควบคุมผ่าน JavaScript ได้ด้วย Tello JavaScript SDK ซึ่งดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ DJI หรือผ่าน npm (Node Package Manager) โดยเชื่อมต่อ Wi-Fi กับโดรนก่อน แล้วเรียกใช้ฟังก์ชันในไลบรารี เช่น
– tello.connect() สำหรับเชื่อมต่อกับ Tello EDU
– tello.takeoff() สำหรับสั่งให้บินขึ้นจากพื้น
– tello.land() สำหรับสั่งให้ลงจอด
– tello.moveLeft(distance) สำหรับเคลื่อนที่ไปทางซ้ายตามระยะที่กำหนด (เมตร)
– tello.moveRight(distance) สำหรับเคลื่อนที่ไปทางขวาตามระยะที่กำหนด (เมตร)
โค้ดตัวอย่างเพิ่มเติมสามารถรันได้ทั้งบนเว็บเบราว์เซอร์หรือ Node.js

Tello EDU กับ Tello (รุ่นทั่วไป) ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
Tello และ Tello EDU มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกันมาก และใช้แอป Tello ร่วมกันได้ แต่มีความแตกต่างสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ ดังนี้
1. กลุ่มผู้ใช้และวัตถุประสงค์: Tello เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการโดรนขนาดเล็กไว้บินเล่นเบื้องต้น ส่วน Tello EDU ออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือการเรียนรู้และเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ
2. ฮาร์ดแวร์และเซ็นเซอร์: Tello EDU มีเซ็นเซอร์เพิ่มเติมจาก Tello เช่น ระบบตรวจจับหน้าและมือ และมีโมดูลเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้หลากหลายกว่า เช่น Micro:bit, Raspberry Pi และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้กับ Python ได้
3. ซอฟต์แวร์: Tello EDU มาพร้อม Tello EDU SDK ที่เขียนโปรแกรมได้ทั้ง Python, Scratch, Swift และ JavaScript ส่วน Tello รุ่นทั่วไปไม่มี SDK นี้ มีเพียงซอฟต์แวร์พื้นฐานของ DJI เท่านั้น นอกจากนี้ Tello EDU ยังมีแอปเสริมชื่อ Tello EDU app ที่ช่วยให้สร้างและแก้ไขโปรแกรมระหว่างบินได้สะดวกขึ้น
4. ความสามารถในการเขียนโปรแกรมและการบิน: Tello รุ่นทั่วไปเขียนโปรแกรมควบคุมไม่ได้ มีความสามารถในการบินแบบพื้นฐานเท่านั้น ในขณะที่ Tello EDU เขียนโปรแกรมควบคุมการบินได้เต็มรูปแบบ ทำให้บินได้หลากหลายรูปแบบกว่า
5. ข้อจำกัดความสูง: Tello มีการจำกัดความสูงในการบินเพื่อป้องกันการชน
6. การปรับแต่ง Hardware/Firmware: Tello EDU เปิดให้ปรับแต่ง Hardware และ Firmware ได้ ส่วน Tello รุ่นทั่วไปทำไม่ได้
7. ชุมชนผู้ใช้: Tello EDU สามารถสร้างโปรเจกต์และแชร์ในชุมชนผู้ใช้งาน Tello EDU ได้
8. ราคา: Tello รุ่นทั่วไปมีราคาที่ถูกกว่า Tello EDU
สรุปสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อ: ถ้าต้องการโดรนไว้บินเล่นเบื้องต้นแบบไม่ยุ่งยากและงบไม่สูง Tello รุ่นทั่วไปก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการนำไปใช้เรียนเขียนโปรแกรม สอนในห้องเรียน ทำโปรเจกต์ด้าน STEM หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อย่าง Micro:bit และ Raspberry Pi ควรเลือก Tello EDU ซึ่งคุ้มค่ากว่าในระยะยาวสำหรับการเรียนรู้

การใช้งาน Tello EDU ในห้องเรียนและการศึกษา
Tello EDU ได้รับการออกแบบมาให้เป็นมิตรกับผู้เรียนทุกช่วงวัย ควบคุมง่ายผ่านมือถือและโปรแกรมได้ตามต้องการ จึงถูกนำไปใช้สอนได้หลายรูปแบบ ดังนี้
เรียนรู้หลักการบินและการเขียนโปรแกรม
– ทดลองบินในพื้นที่เปิดโล่งเพื่อทำความเข้าใจหลักการบินและประเภทของอากาศยาน
– ฝึกเขียนโปรแกรมด้วย Python หรือ Scratch เพื่อสั่งให้โดรนบินไปมา หมุน หรือทำงานตามคำสั่งที่กำหนด ช่วยปูพื้นฐานด้านเครื่องจักรอัตโนมัติ (automation)
STEM: วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม
– ใช้ศึกษาไฟฟ้าเบื้องต้น โปรแกรมมิ่ง และวิทยาศาสตร์พื้นฐานผ่านการทดลองจริง
– เรียนรู้เรื่องเซ็นเซอร์ ระบบประมวลผลภาพ การแสดงผลภาพ สัญญาณสื่อสาร และการเชื่อมต่อเครือข่าย
– ฝึกออกแบบและสร้างโครงสร้างของหุ่นยนต์หรืออากาศยานจำลอง
งานวิจัยและการแข่งขัน
– นำไปทดลองพัฒนาเทคโนโลยีด้านการประมวลผลภาพ เช่น ระบบตรวจจับวัตถุหรือตรวจจับมนุษย์
– ใช้วิจัยด้านเครือข่ายและระบบสื่อสารไร้สาย
– ฝึกทักษะการแข่งขันบิน เช่น บินให้เร็วที่สุด หรือทำภารกิจที่ซับซ้อนในเวลาจำกัด
– ทดสอบแนวคิดด้านระบบควบคุมอัตโนมัติในอุตสาหกรรม เช่น การตรวจสอบคุณภาพสินค้าหรือควบคุมเครื่องจักร
สนุกกับกิจกรรมเสริม
– เล่นเกมที่ออกแบบมาสำหรับ Tello EDU โดยเฉพาะ เช่น Tello Space Travel, Tello Swarm, Tello Wars และการแข่งขัน Tello Iron Man ซึ่งช่วยสร้างความสนุกควบคู่ไปกับการเรียนรู้
สำรวจและเก็บข้อมูลในพื้นที่เข้าถึงยาก
– ใช้กล้องบนโดรนสำรวจพื้นที่ที่เข้าถึงยากหรือเสี่ยงอันตราย เช่น ป่า ภูเขา หรือพื้นที่ประสบภัย โดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิตคน
– ฝึกแนวคิดการขนส่งสิ่งของ เช่น อาหารหรือยา ไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ด้วยโปรแกรมที่เขียนขึ้นเอง
ติดตามและดูแลสิ่งแวดล้อม
– ติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศ ตรวจสอบมลพิษ หรือวัดระดับ/คุณภาพน้ำในลำธารและทะเล
– ใช้ติดตามทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ตรวจสอบการตัดต้นไม้ นับจำนวนนก หรือสำรวจการกระจายตัวของสัตว์ป่า
สร้างโมเดลการประยุกต์ใช้งานจริง
– นักเรียนสามารถออกแบบและสร้างโมเดลอากาศยานหรือหุ่นยนต์ แล้วนำไปจำลองสถานการณ์การใช้งานจริง เช่น การส่งสินค้าด้วยโดรน การตรวจสอบสภาพแวดล้อม หรือการเฝ้าระวังการจราจร
– กระบวนการนี้ช่วยฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหาไปพร้อมกัน

โดยสรุป Tello EDU คือโดรนขนาดเล็กจาก DJI/Ryze ที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้โดยเฉพาะ ตั้งแต่การทำความเข้าใจหลักการบิน การเขียนโปรแกรมด้วย Python, Scratch, Swift หรือ JavaScript ไปจนถึงการต่อยอดเป็นโปรเจกต์ด้านไอที วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI ด้วยสเปคที่ครบเครื่อง ซอฟต์แวร์ที่รองรับหลายภาษาโปรแกรม และอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย ทำให้ Tello EDU เหมาะทั้งกับผู้เริ่มต้น นักเรียน นักศึกษา และคุณครูที่ต้องการเครื่องมือสอนเขียนโปรแกรมและหุ่นยนต์ในห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้งานง่าย สะดวก และนำไปต่อยอดด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ